แผงโซล่าเซลล์ Solar Cell
แผงโซล่าเซลล์ Solar Cell
เครื่องควบคุมการประจุ
เครื่องทำน้ำร้อน Solar Heater
การเลือกซื้อแผงโซล่าเซลล
โคมไฟโซล่าร์ Solar Lamp
โคมไฟจัดสวน Garden Light
โคมไฟถนน Solar Street Light
การเลือกซื้อโคมไฟถนน
หลอดไฟ LED
ไฟส่องสว่าง LED Light
การเลือกซื้อหลอด LED
ไฟจราจร Solar Traffic Light
โคมไฟกระพริบ โคมไฟจราจร
ป้ายจราจร ป้ายเขตโรงเรียน
การเลือกซื้อโคมไฟจราจร
พลังงานลม Wind Turbine
กังหันลมผลิตไฟฟ้า
การเลือกซื้อกังหันลม
อุปกรณ์เสริม และ แอพลิเคชั่น
ระบบสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์
อื่นๆ (แบตเตอรี่,Inverter, etc.)
 

 

 

       

 

Link ความรู้เพิ่มเติม
วิชาการดอทคอม
การไฟฟ้าฝ่ายผลิต
กระทรวงพลังงาน
กรมพัฒนาพลังงานทดแทน
Link ธรรมะ และ พุทธศาสนา
ลานธรรม
พลังจิตดอทคอม
หลวงตามหาบัว

 

                                         

     วิธีการเลือกซื้อ Solar Cell     

ก่อนอื่นเริ่มต้นต้องเข้าใจก่อนว่าคำว่า "โซล่าร์เซล" นั้น ที่เราเรียกๆกันนั้นแบ่งได้เป็น2ประเภท คือ

1. Solar Cell สำหรับผลิตไฟฟ้า (Solar PV)               2. Solar Heater สำหรับผลิตน้ำอุ่น

            1. ผลิตไฟฟ้า (Solar PV) คือเป็นแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์และแปลงพลังงานแสงนั้นเป็นไฟฟ้าแล้วจึงนำไฟฟ้าที่ได้ไปชาร์จลงแบตเตอรี่แล้วจึงจ่ายให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่อไป

                   

 อุปกรณ์ที่ต้องซื้อ (สำหรับบ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้)

 1. แผงโซล่าร์เซล                         2. เครื่องควบคุมการชาร์จ(Control Charger)   

 3. เครื่องแปลงไฟ                         4. เครื่องแปลงไฟ (Inverter)

 

 1.) แผงโซล่าร์เซล แต่ละยี่ห้อในตลาดนั้นไม่ค่อยมีความแตกต่างกันเท่าไหร่ ซึ่งเนื้อcellจริงๆแล้วผลิตมาจาก

 ไม่กี่แห่งในโลก เพียงแต่ไปประกอบขึ้นรูปที่ไหนเท่านั้นเอง ราคาจึงแตกต่างกันไปบ้างตามแบรนด์แต่การทำงาน

 โดยทั่วไปแต่ละยี่ห้อไม่ค่อยแตกต่างกัน

 Amorphous แผงโซล่าร์เซลที่ไวแสงที่สุดคือแผงชนิดนี้ มีความไวแสงสูงมากสามารถทำงานได้แม้แต่ฝนตก

                        

 คุณสมบัติความไวแสงที่ไวนี้ จึงถูกใช้ในเครื่องคิดเลขซึ่งสามารถรับได้กระทั่งแสงจากหลอดไฟนีออนตามบ้าน

 ข้อดีคือ

 ไวแสง ผลิตพลังงานได้ง่ายเหมาะกับสถานที่ๆมีหมอกจัด หรือฝนตกชุก

 ข้อเสียคือ

 หาอุปกรณ์ต่อพ่วงยาก แพง ไม่สามารถใช้ชาร์เจอร์ตามท้องตลาดทั่วๆไป , น้ำหนักมาก , กินพื้นที่มาก ,แตกง่าย

 

 Crystalline แผงโซล่าร์เซลแบบนี้มีทั้ง mono crystalline และ poly crystalline คือแผงโซล่าร์เซลแบบทั่วๆไป

 ร้อยละ90ของแผงโซล่าร์เซลที่ใช้กันอยู่จะเป็นชนิดนี้ โดยแบบmono crystallineจะมีราคาแพงกว่าเล็กน้อยหรือ

 เท่าๆกันกับแบบpoly crystalline และมีประสิทธิภาพดีกว่าเล็กน้อย

                 

                                                         

ข้อดีคือ

 หาอุปกรณ์ต่อพ่วงได้ง่าย ราคาถูก อายุการใช้งานยาวนานกว่า20ปี ทนทาน ใช้พื้นที่น้อย น้ำหนักน้อย

ข้อเสียคือ

 ทำงานได้ไม่ดีในสภาพอากาศปิด

 

 Super Amorphous ที่จริงควรจะเรียกว่าเป็น Amorphous Triple Junction จะถูกต้องกว่า แต่เพื่อให้เรียก

 ง่ายในที่นี้ขอเรียกเป็น super Amorphous แผงโซล่าร์เซลชนิดใหม่ที่ได้รวยรวมเอาข้อดีของ Amorphous และ

 Crystalline มาไว้ด้วยกัน

                                     

 มีความไวแสงสูงมาก ยังสูงกว่าแบบAmorphous และกินพื้นที่มากกว่า Crystalline เพียงเล็กน้อย และก็ใช้

 อุปกรณ์ต่อพ่วงร่วมกับแบบ Crystalline ได้ และยังมีคุณสมบัติพิเศษอันน่าทึ่งอีกหลายประการ เช่น ม้วนได้

 น้ำหนักเบามาก , เสียหายยากมาก ทนทานต่อลูกเห็บ หรือแม้แต่ลูกปืนยิงทะลุก็ยังทำงานได้

 ข้อดีคือ

 ไวแสงสูงมากๆ ผลิตพลังงานได้ง่ายเหมาะกับสถานที่ๆมีหมอกจัด หรือฝนตกชุก , ติดตั้งง่ายไปตามผิววัสดุได้

 ขนส่งง่าย ยืดหยุ่นสูงม้วนได้ ทนต่อทุกสภาพอากาศ น้ำหนักน้อย อายุการใช้งานนานกว่า20ปี

 ข้อเสียคือ 

 ราคาแพง โดยาคาจะสูงกว่าแบบทั่วๆไปราว 30-40%

 *** อย่างไรก็ตามพึงทราบว่าหากบ้านท่านไฟฟ้าเข้าถึงแล้ว ไม่ว่าจะใช้แผงโซล่าร์เซลชนิดไหนก็ไม่คุ้มนะครับ

 ซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าใช้จะถูกกว่าที่เราพยายามผลิตไฟฟ้าใช้เอง ขณะนี้ยังไม่มีจุดคุ้มทุน ***

..................................................................................................................................................................................

  2. Solar Heater คือเป็นแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์และแปลงพลังงานแสงนั้นเป็นความร้อนและถ่ายเทให้กับ

 น้ำในแท้งค์ที่ติดอยู่กับแผงโซล่าร์เซลเพื่อผลิตอุ่นใช้งานในบ้าน

                                

 เนื่องจากในประเทศไทยมีผู้นำเข้าสิ่งประดิษฐ์นี้มากมาย แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงอย่างมากในการเลือกซื้อเครื่องทำ

 น้ำร้อนพลังแสงอาทิตย์นี้คือ วัสดุที่ใช้ทำแท้งค์ , ราคาที่มีในท้องตลาดนั้นมีตั้งแต่ 1-2 หมื่นบาท จนเป็นแสนก็มี

 ความแตกต่างนั้นอยู่ที่ความทนทานซึ่งต้องว่ากันในระยะยาว บางเครื่องอาจใช้งานได้เพียง1-2ปี แท้งค์อาจจะรั่ว

 เนื่องจากสภาพน้ำในบ้านเราไม่สะอาดมากนัก และแดดที่แรงจัดไม่เหมือนกับประเทศต้นทางที่ผลิต

 สิ่งสำคัญที่สุดจึงต้องมองเรื่อง วัสดุ มากกว่า ราคา ครับ

 

                                                                                                                       ทีมงาน NS