แผงโซล่าเซลล์ พลังงานแสงอาทิตย์

Solar Cell - เครื่องควบคุมการชาร์จ

แผงโซล่าเซลล์ Solar Cell
เครื่องควบคุมการประจุ
เครื่องทำน้ำร้อน Solar Heater
การเลือกซื้อแผงโซล่าเซลล
โคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์

โคมไฟโซล่าเซลล์  Street Light

โคมไฟสนาม Garden Light
ไฟถนนลังงานแสงอาทิตย์
การเลือกซื้อโคมไฟถนน
โคมไฟจราจรพลังงานแสงอาทิตย์

Solar Traffic Light

ไฟกระพริบพลังงานแสงอาทิตย์
ป้ายจราจร ป้ายเขตโรงเรียน
การเลือกซื้อโคมไฟจราจร
หลอดประหยัดไฟ LED Hi Power

หลอด DC 12V. Super Bright

โคมไฟ led หลอดไฟ LED
การเลือกซื้อหลอด LED
พลังงานลม ผลิตกระแสไฟฟ้า

Wind Turbine

กังหันลมผลิตไฟฟ้า
การเลือกซื้อกังหันลม
อุปกรณ์เสริม อื่นๆ

Accessories / Applications

ระบบสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์
อื่นๆ (แบตเตอรี่,Inverter, etc.)
 

 

 

       

 

Link ความรู้เพิ่มเติม
วิชาการดอทคอม
การไฟฟ้าฝ่ายผลิต
กระทรวงพลังงาน
กรมพัฒนาพลังงานทดแทน
Link ธรรมะ และ พุทธศาสนา
ลานธรรม
พลังจิตดอทคอม
หลวงตามหาบัว

 

                                           

     วิธีการเลือกซื้อกังหันลม Wind Turbine  

            ปัจจุบันนี้กังหันลมผลิตไฟฟ้า เริ่มมีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ความก้าวหน้าของกังหันลม

ผลิตไฟฟ้าได้ทำการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เหมาะสมกับผู้บริโภค

            เนื่องจากข้อได้เปรียบของกังหันลมผลิตไฟฟ้า เมื่อเทียบกับเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) คือ

กังหันลมสามารถผลิตพลังงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน (ตลอด 24 ชั่วโมง) ตราบเท่าที่มีลม ที่สำคัญ

ที่สุดคือ "เราผลิตได้เอง"

         กังหันลมผลิตฟ้า คือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (อาจเรียกว่าเครื่องปั่นไฟ) ขับเคลื่อนด้วยกังหันซึ่งใช้กำลังลม

มาขับใบพัดทำหน้าที่รับกำลังลมมาเปลี่ยนให้เป็นแรงหมุน นำไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าใบพัดและเครื่องกำเนิด

ไฟฟ้ายึดติดเป็นชุดเดียวกัน ติดตั้งไว้บนเสาสูงเพื่อให้ได้กำลังลมแรง แล้วจึงต่อสายไฟลงมาใช้งาน

         กำลังของกังหันลมผลิตไฟฟ้า คือปริมาณไฟฟ้าที่เครื่องสามารถผลิตขึ้นมาได้ ขนาดเล็กจะบอกหน่วย

กำลังเป็น วัตต์ (Watt) ถ้ากำลังสูงขึ้นเป็นขนาดใหญ่จะบอกเป็น กิโลวัตต์ (Kilowatt) 1 กิโลวัตต์ = 1000 วัตต์

การบอกกำลังนี้จะต้องกำกับด้วยว่า ณ ความเร็วลมเท่าไร เวลานำไปใช้งานจริงกำลังที่จะได้รับจริง ๆ นั้น

ขึ้นอยู่กับความเร็วลม ลักษณะของใบพัดที่ดีจะต้องเป็นไฟเบอร์

         ข้อมูลควรรู้

          ความเร็วลมจากธรรมชาติจะแรงหรืออ่อนเราใช้หน่วยวัดความเร็วหลายอย่าง เช่น ไมล์ต่อชั่วโมง

(Mile/Hour mph) หรือคำนวณลงมาเป็น ฟุตต่อนาที (Foot/Minute) และกิโลเมตรต่อชั่วโมง (Kilometer/Hour)

หรือคำนวณลงมาเป็น เมตรต่อวินาที (Meter/Second) โดยการคำนวณดังนี้ ความเร็วลมกิโลเมตร : ชั่วโมง

คูณด้วย 1000 ให้กลายเป็นเมตร : ชั่วโมง เมื่อหารด้วย 60 จะได้เป็นเมตรต่อนาที และหารด้วย 60 อีกครั้ง

เพื่อให้เป็นเมตร : วินาที ความเร็วลม ระดับที่กังหันลมสามารถเริ่มต้นทำงาน และผลิตไฟฟ้าได้เรียกว่า

ความเร็วลมเข้าระบบ (Cut-in Wind Speed) แต่ในขณะนี้อาจได้กำลังน้อยหรือยังไม่ได้กำลังเลย

(ความเร็วลมประมาณ 6 เมตร : วินาที) 

            การจำหน่าย หรือขายไฟฟ้า จะกล่าวถึงพลังงานเท่านั้น และจะซื้อขายกันเป็นจำนวนหน่วย

(1 หน่วย = 1 กิโลวัตต์ : ชั่วโมง)

             ปัจจุบัน การไฟฟ้ารับซื้อพลังงานไฟฟ้าผลิตจากลมในราคาหน่วยละ 2.60 บาท + เงินเพิ่มให้เป็นพิเศษ

อีก 4.50 บาท รวมเป็น 7.10 บาท

        ตัวอย่าง  ความเร็วลม 18 กิโลเมตร : ชั่วโมง เมื่อคิดเป็นเมตร : วินาทีจะได้ 18x1000 / (60x60) = 5 เมตร

                        ต่อวินาที ข้อมูลที่ควรจำ  1 เมตร:วินาที = 3.6 กิโลเมตร:ชั่วโมง = 2.24 ไมล์:ชั่วโมง

        หมายเหตุ  กังหันลมผลิตไฟฟ้าโดยทั่วไปจะทำงานผลิตกระแสไฟฟ้าได้เต็มพิกัดที่ความเร็วลมประมาณ

                          10-12 เมตร : วินาที และถ้าความเร็วลมลดลงครึ่งหนึ่งเหลือประมาณ 5-6 เมตร : วินาที

                          กำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้จะลดลงเหลือเพียง 1 ใน 8 เท่านั้น

         ความเร็วในการหมุนของกังหันลมเป็นจำนวนรอบ : นาที ถ้าเราไปยืนดูกังหันลมขนาดใหญ่ซึ่งกำลังหมุนอยู่

แล้วอยากรู้ความเร็วรอบเท่าไหร่ ให้ใช้นาฬิกาจับเวลา ภายในเวลา 1 นาที ใบพัดของกังหันจะหมุนผ่านเสากี่ครั้ง

แล้วหารด้วยจำนวนใบพัด ก็จะได้เป็นความเร็วรอบ :นาที

        ตัวอย่าง  ในการจับเวลา 1 นาที นับจำนวนครั้งที่ใบพัดหมุนผ่านเสาได้ 180 ครั้ง และกังหันลม

เป็นชนิด 3 ใบพัด ความเร็วรอบในขณะนั้นเท่ากับ 180/3 = 60 รอบ : นาที

        แบตเตอรี่ (Battery)  ทำหน้าที่ประจุ (ชาร์จ)พลังงานเก็บไว้ในแบตเตอรี่ เปรียบเสมือนการสูบน้ำเก็บไว้ในถัง

เครื่องสูบน้ำสูบได้ปริมาณไม่มาก แต่สูบตลอดทั้งวันทั้งคืน ปริมาณน้ำจึงถูกเก็บไว้ในถัง ความจุของถังควร

มากกว่าขีดความสามารถที่สูบได้เป็น 2 หรือ 3 เท่า ขนาดของแบตเตอรี่ก็เช่นเดียวกันควรมีความจุมากกว่า

พลังงานที่ผลิตได้ในรอบสัก 2 หรือ 3 เท่า

       วิธีคำนวณ  ขนาดความจุของแบตเตอรี่ จะบอกเป็น แอมแปร์ : ชั่วโมง (Ampare-Hour หรือ Ah)

       เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ ขนาด 70Ah ผู้ผลิตจะมีข้อความแสดงไว้ว่า 12V 70Ah(20HR) อย่างนี้หมายความว่า

แบตเตอรี่ลูกนี้เมื่อชาร์จไฟเต็มแล้ว สามารถใช้งานที่กระแส 3.5 แอมแปร์ได้นาน 20 ชั่วโมง

                 ( 70 ÷ 20 = 3.5am และ 3.5am x 20 ชั่วโมง = 70Ah)  

       เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter)  ทำหน้าที่เปลี่ยนไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ให้กลายเป็นไฟฟ้ากระแส-

สลับ (AC) พร้อมทั้งปรับแรงดัน (Volt) ให้ได้ตามที่ต้องการใช้งาน และจะต้องมีขนาดกำลังวัตต์ (Watt)

เหมาะสมกับความต้องการใช้งาน

       ข้อควรระวัง  อินเวอร์เตอร์จะมีระบบสวิทช์เปิด-ปิด หากไม่มีการใช้งาน เพื่อลดการสูบเสียพลังงาน

จากแบตเตอรี่ และยังเป็นการยึดอายุการใช้งานของอินเวอร์เตอร์ หลังจากที่ไม่ใช้ควรปิดทุกครั้งที่เลิกใช้

หรือไม่ควรเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา

        ชุดรองรับการหันเห(Yaw bearing)  เนื่องจากกระแสลมเปลี่ยนทิศทางอยู่ตลอดเวลา กังหันลมจึงจำเป็น

ต้องปรับทิศทางตามลม ทำให้ต้องมีลูกปืนรองรับชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า พร้อมทั้งใบพัด (Yaw Bearing) ทำให้

สามารถปรับทิศทางได้รอบตัว และต้องมีหางเสือ (Tail Vane) เพื่อช่วยให้กังหันตรงทางลงอยู่เสมอ

 

                                                                                                                       ทีมงาน NS